[HBD]Yushi & me(?) :[Fic]Special present for you
posted on 15 Oct 2007 16:45 by -sora- in Tenipuriยะโฮ่ วันนี้เป็นวันดีใช่มั้ยละค้าทุกๆคน เนอะๆ วันดีเน้อออ หุหุ(บ้าไปแล้ว) ก่อนอื่น หุหุ ก็ต้องคนคนนี้สินะ
Happy Birthday to Oshitari Yushi!!!
![]()
สุขสันต์วันเกิดนะชี่ ขอให้ชี่มีความสุขมากๆล่ะ หล่อวันหล่อคืน เก่งเทพขึ้นเรื่อยๆให้สมกับฉายาอัจฉริยะเน้อ
ถึงชี่จะหม้อ แต่เก๋ก็ยังรักชี่นะ เพราะฉะนั้น อย่าทำให้เก๋ผิดหวัง กร๊าก(จริงๆทิ้งเก๋มาอยู่กับฟูก็ได้น้า)
รักษาสุขภาพๆมากๆเน้อชี่ แล้วก็ คิดท่าใหม่ๆเยอะๆหน่อย เลิกใช้เห้อ ไอ้ท่าเดียวกับฟูจิน่ะ
ยังไงๆชี่ก็ยังเป็นเจ้าชายอันดับสองในใจเรานะ หุหุ เราจะโตไปพร้อมกันเนอะชี่เนอะ(มั่วนิ่มสุดๆ)
รู้สึกว่ามันอวยพรชี่ไม่ค่อยออกยังไงก็ไม่รู้แฮะ แบบว่า...นึกออกแต่ หม้อ หม้อ หม้อ แล้วก็หม้ออ่ะค่ะ กรั่กๆ(อย่าเลิกเลยนะนิสัยนี้น่ะ มันเหมาะกับคนหน้าตาอย่างนายแล้วชี่เอ๋ย)
เอาล่ะๆ ไหนๆก็หม้อแล้ว เพราะฉะนั้นชี่ควรจะภูมิใจที่ได้ชื่อว่าเป็นคนที่มีความสามารถในการพกหม้อไปไหนมาไหนมาก หุหุ ขอตั้งสโลแกนประจำปีนี้ให้แก่ชี่ละกันนะ ชี่...ต่อไปนี้ นายจง
ยืดอก พกหม้อ
(หรือว่าปัจจุบันก็เป็นอยู่แล้ว) อย่าอาย ที่จะแจกหม้อให้คนอื่นๆนะชี่ เพราะชี่หื่น ชี่หม้อ ชี่หล่อ เราถึงได้ชอบชี่ เป็นแบบนี้ก็ดีอยู่แล้วล่ะนะ ^^
-----------------------------------------------
จบเรื่องหม้อๆ เอ้ย เรื่องวันเกิดชี่ ขอบคุณพี่ซาเอะนะคะสำหรับสโลแกนนี้ ได้ใจจริงๆค่ะ(ถึงกับตั้งเป็นชื่อเอ็มเลยทีเดียว)
มาถึงเรื่องของขวัญดีกว่าเนอะ กรั่กๆ วันเกิดสุดที่รัก(อันดับสอง)ทั้งที ไม่มีของขวัญได้ไงล่า หุหุ ถึงเก๋ตัวจริงจะไม่ให้อะไรชี่แบบนี้(รึเปล่า) แต่เราจะทำให้เก๋ให้ให้ได้ค่ะ หึหึหึ ไอ้ที่บ่นๆว่าต้องพิมพ์ให้เสร็จในวันจันทร์เนี่ยแหละ มันคือ...ฟิค!!!
Title : Special present for you
Author : Sora
Rate : PG-13
Pairing : Oshitari Yuushi*Atobe Keigo
...วันเกิด...
วันสำคัญที่สุดของคนทุกคน
หากไม่มีวันเกิด ก็คงจะไม่มีนายในวันนี้
ขอบคุณ ที่นายเกิดมา เกิดมาเพื่อให้ฉันรัก
ขอบคุณ ทุกสิ่งที่ทำให้เราได้รักกัน
-------------------------------------------------------------
“เฮ้อ” เสียงถอนหายใจอย่างเบื่อหน่ายของเด็กหนุ่มผมสีน้ำตาลที่อยู่บนรถคันหรูดังขึ้น ร่างบางกำลังครุ่นคิดเรื่องสำคัญบางอย่าง เรื่องสำคัญ...สำหรับคนสำคัญที่สุดของเขา...
‘จะซื้ออะไรให้เจ้านั่นดีนะ ยิ่งเดาใจยากอยู่ด้วย’ อาโตเบะรำพึงในใจ โดยปกติเขาไม่ค่อยใส่ใจความรู้สึกของคนรอบข้างเท่าไรนัก แต่กับคนคนนี้เท่านั้น คนที่มีความรู้สึกพิเศษให้เท่านั้น
ไม่นานนักรถคันหรูของตระกูลอาโตเบะก็มาถึงจุดหมายปลายทาง สถานที่ที่ได้ชื่อว่าเป็นย่านการค้าที่สำคัญแห่งหนึ่งของโตเกียว เนื่องจากเป็นวันเสาร์จังไม่แปลกที่ในห้างจะเต็มไปด้วยผู้คน ตั้งแต่เด็กเล็กๆที่มากับผู้ปกครอง ไปจนถึงเหล่าผู้สูงอายุที่มากับลูกหลานของตน
ขาคู่สวยค่อยๆก้าวลงมาจากรถที่จอดอยู่พลางกล่าวนัดแนะเวลากับคนขับรถประจำตัว ก่อนที่จะเดินเข้าไปในห้างสรรพสินค้าเพื่อเลือกซื้อของขวัญชิ้นพิเศษ ซึ่งนับว่าต้องใช้ความคิดมากทีเดียว ร่างบางไม่ได้เตรียมการมาก่อนด้วยซ้ำว่าตนต้องการให้ของขวัญแบบไหน ในเวลาแบบนี้ การเดินดูสินค้าแต่ละชิ้นไปเรื่อยๆจนกว่าจะคิดออกเป็นวิธีที่ดีที่สุด
‘อืม นาฬิกาเหรอ จะว่าไปก็เป็นของขวัญที่ดีใช่เล่น’ ความคิดผุดขึ้นมาเมื่ออาโตเบะเดินผ่านแผนกขายนาฬิกา สายตาจับจ้องอยู่ที่นาฬิกาเรือนหรูในตู้กระจก ‘เฮอะ แต่อย่างเจ้านั่น ซื้อให้ก็คงไม่ใส่อยู่ดี’ แน่ล่ะ ในการเล่นเทนนิส นาฬิกาไม่ใช่สิ่งจำเป็นเลยสักนิด เขาจึงเดินผ่านไปเพื่อมองหาสิ่งของที่เหมาะสมกับเจ้าของวันเกิดที่สุด
เวลาผ่านไปหลายชั่วโมงแล้ว แต่อาโตเบะก็ยังไม่สามารถหาซื้อของขวัญที่ต้องการได้ ไม่ว่าจะเป็น นาฬิกา เสื้อผ้า อุปกรณ์กีฬา รองเท้า หรือแม้แต่เครื่องประดับ ก็ล้วนถูกเหตุผลต่างๆนาๆในหัวแย้งขึ้นอยู่เสมอ การที่จะทำอะไรเพื่อใครซักคนนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลยสำหรับคุณหนูผู้เอาแต่ใจคนนี้
“หรือว่าจะพาไปเที่ยวดีนะ” เด็กหนุ่มเริ่มหาสิ่งต่างๆที่พอจะมอบให้ในวันเกิดได้ ‘ไม่สิ ถ้าเจ้าพวกนั้นรู้มีหวังขอตามไปด้วยแน่ๆ’ “บ้าเอ๊ย” อดสบถออกมาเบาๆอย่างอารมณ์เสียไม่ได้ อาโตเบะจึงตัดสินใจที่จะกลับ ในเมื่ออยู่ไปก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะได้สิ่งที่ต้องการเลยแม้แต่น้อย
ทันทีที่รถคันหรูมาจอดบริเวณจุดนัดพบ ร่างบางที่กำลังจะขึ้นรถนั้นก็เหลือบไปเห็นเพื่อนร่วมทีมปีเดียวกันกำลังเดินกินไอศกรีมอยู่ไม่ไกลนัก
“เฮ้ กาคุโตะ!!” อาโตเบะส่งเสียงเรียกเด็กหนุ่มผมทรงวีคัท
“อ้าว อาโตเบะเองเหรอ” คนที่ถูกเรียกกล่าวด้วยน้ำเสียงตกใจระคนสงสัยเล็กน้อยพลางกึ่งเดินกึ่งวิ่งเข้ามาหา
“โอเระซามะมีเรื่องจะถาม ไปด้วยกันหน่อยสิ” อีกฝ่ายเอ่ยขึ้น เพราะว่าคนตรงหน้าเป็นเพื่อนสนิทของคนสำคัญของเขา จึงน่าจะมีคำแนะนำที่พอเป็นประโยชน์บ้าง
“เอ๋? อือ ก็ได้ แต่นายต้องไปส่งฉันที่บ้านนะ” กาคุโตะกล่าวพลางก้าวขึ้นรถตามคำชวนทันที
“เอ้า นี่ มีอะไรก็ว่ามาสิ” คนที่ถูกชวนพูดขึ้นทำลายความเงียบ หลังจากที่รถออกตัวได้ไม่นาน
“ก็แค่อยากถามว่านายจะให้อะไรเป็นของขวัญวันเกิดโอชิทาริก็เท่านั้น”
“ฮะฮะฮะ เรื่องแค่นี้เอง คิดมากไปได้ นี่มันวันที่ 13 เองนะอาโตเบะ” ร่างเล็กพูดกลั้วหัวเราะ ไม่น่าเชื่อว่าผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นกัปตันชมรมเทนนิสเฮียวเทจะคิดมากกับเรื่องที่เขาเองแทบไม่คิดอะไรเลยด้วยซ้ำ
“ฉันถามว่านายจะให้อะไร ตอบให้ตรงคำถามด้วย กาคุโตะ” เจ้าของชื่อมีท่าทีหงุดหงิดเล็กน้อยที่ถูกคนตรงหน้าหัวเราะใส่
“เอ ฉันก็ว่าจะพายูชิไปเลี้ยงทาโกยากิน่ะ ทำไมเหรอ” คนที่ถูกถามตอบพลางกัดโคนไอศกรีมคำสุดท้ายที่เหลืออยู่
“แค่นั้นน่ะนะ เฮอะ สมกับเป็นนาย ไม่พ้นเรื่องกินจริงๆ อืม แล้วคนอย่างโอเระซามะควรจะให้อะไรหมอนั่นดีนะ” เด็กหนุ่มเจ้าของเรือนผมสีน้ำตาลเอ่ยถามพลางรำพึงเบาๆ ราวกับไม่อยากให้คนตรงหน้าได้ยิน “ไม่เข้าใจตัวเองจริงๆ กะอีแค่ของขวัญให้คนคนนึง ทำไมถึงได้ยุ่งยากนัก”
“เฮ้อ ก็เพราะว่าไม่ใช่แค่คนคนนึงไงล่ะ เพราะว่าเป็นมากกว่านั้นก็เลยต้องพิถีพิถันไม่ใช่รึไง อย่างนาย อยากซื้อของมีราคาให้มากแค่ไหนก็ได้อยู่แล้ว แต่อีกฝ่ายจะอยากได้รึเปล่าก็แค่นั้น”
“แล้วโอเระซามะควรจะให้อะไรเล่า ถึงจะถูกใจน่ะ อ๋า?”
“นายก็ไปถามยูชิเซ่ ถามฉันแล้วจะได้อะไรขึ้นมา ถึงจะเล่นคู่ด้วยกันแต่ก็ไม่ได้รู้ทุกอย่างนะเฟ้ย ยังไงคนเราก็ต้องมีของที่อยากได้อยู่แล้วล่ะน่า โอเค ฉันลงตรงนี้นะ ขอบใจที่มาส่ง” หลังจากพูดจบกาคุโตะก็เปิดประตูออกไปจังหวะที่รถติดไฟแดงอยู่ริมถนนทันที ทำเอาอีกฝ่ายที่กำลังสับสนอยู่พูดไม่ออก การปรึกษากับคู่หูของคนคนนั้นไม่ได้ช่วยให้หาของขวัญได้ง่ายขึ้นเลยแม้แต่น้อย ทว่า...กลับเพิ่มทางเลือกใหม่ขึ้นมาอีกทางเลือกหนึ่งมากกว่า
ไม่นานนักร่างบางก็กลับถึงบ้าน หรือเรียกได้ว่าคฤหาสน์นั่นเอง ขาเรียวสวยก้าวฉับๆขึ้นไปยังห้องนอนของตน ในใจยังครุ่นคิดถึงคำพูดของเพื่อนร่วมทีมที่เจอโดยบังเอิญอยู่ ...ใจหนึ่งก็อยากรู้ แต่อีกใจก็ไม่อยากถาม...
“เฮ้อ แล้วอย่างนี้จะหาของขวัญให้ทันวันเกิดมั้ยเนี่ย ให้ตายสิ คิดไม่ออกเลย” อาโตเบะพูดเบาๆ ทิ้งตัวลงบนเตียงนอนนุ่มอย่างอ่อนเพลีย ...ถ้าไม่ใช่คนสำคัญ คงไม่ทำถึงขนาดนี้...
“เฮอะ ให้คนอย่างโอเระซามะเนี่ยนะไปถามว่าอยากได้อะไร เจ้านั้นก็ได้ใจแย่สิ” เพราะความที่เป็นคนเอาแต่ใจมาโดยตลอด จึงไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะให้คนคนนี้ทำอะไรแบบนั้น
ร่างบางใช้เวลาตลอดเย็นตั้งแต่กลับถึงบ้านไปกับการคิดหาของขวัญให้คนพิเศษของตน แต่เนื่องจากรู้สึกเพลียจากการเดินหาของขวัญเกือบทั้งวันทำให้อาโตเบะผล็อยหลับไป ในตอนนี้ เรื่องที่สำคัญที่สุดก็ยังไม่พ้นเรื่องของผู้ที่เป็นเจ้าของฉายาอัจฉริยะแห่งเฮียวเทและเป็นเจ้าของหัวใจด้วยเช่นกัน...
-------------------------------------------------------------
แสงแดดยามเช้าสาดส่องเข้ามายังเตียงนอนกว่าง กระทบกับใบหน้าสวยที่กำลังหลับใหล ส่งผลให้เจ้าของใบหน้านั้นตื่นขึ้นจากห้วงนิทราอันยาวนาน รู้สึกมึนงงเล็กน้อย เหลือเวลาอีกเพียงวันเดียวเท่านั้น ตั้งใจไว้แล้ว ไม่ว่ายังไงวันนี้ก็ต้องหาของที่ต้องการให้ได้
หลังจากที่ทำธุระส่วนตัวเสร็จแล้ว อาโตเบะตัดสินใจจะไปคอร์ดเทนนิสที่โรงเรียน บางทีขณะเล่นเทนนิสอาจจะทำให้คิดอะไรดีๆออกบ้าง อย่างน้อยการใช้สมองคิดก็คงดีกว่าการเดินดูของไปเรื่อยๆอย่างไม่มีจุดหมาย
ไม่นานนักร่างบางก็มาถึง คอร์ดเทนนิสใสวันอาทิตย์ดูว่างเปล่าไร้ผู้คน ซึ่งเป็นสิ่งที่เด็กหนุ่มต้องการ อากาศในวันนี้เย็นสบาย ลมอ่อนๆที่พัดมาทำให้เรือนผมสีน้ำตาลพลิ้วไหว บรรยากาศแบบนี้ ช่างเหมาะแก่การใช้ความคิดเสียจริงๆ
อาโตเบะใช้เวลาตลอดเช้าไปกับการซ้อมเพียงลำพัง เริ่มรู้สึกว่าตัวเองไม่ได้ทำอะไรคนเดียวมานานแล้ว ตั้งแต่คนคนนั้นเข้ามาในชีวิต ความสัมพันธ์ที่พัฒนาไปอย่างรวดเร็ว จากเพื่อนร่วมชมรมไปเป็นคนสำคัญที่สุด จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ทุกวันสุดสัปดาห์เขากับโอชิทาริจะไปไหนมาไหนด้วยกัน แต่ 2-3 วันนี้ ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะจงใจปล่อยให้ได้อยู่ตามลำพัง มีเวลาส่วนตัวมากขึ้น ราวกับจะมีแผนการบางอย่างซ่อนไว้
“ฮ้า อาโตเบะ นายก็อยู่ที่นี่ด้วยเหรอ” เสียงของเด็กหนุ่มผมสีทองผู้มาใหม่ดังขึ้น
“นายเองเหรอ มาทำอะไรที่นี่ จิโร่” เจ้าของชื่อกล่าวถามพลางนั่งลงบนม้านั่งข้างสนาม เหงื่อที่อยู่บนใบหน้าสวยถูกเช็ดออกด้วยผ้าขนหนูนุ่มเนื้อดี
“พอดีผ่านมาแถวนี้ก็เลยแวะมาน่ะ เผื่อจะมีคนอยู่ แล้วก็มีจริงๆซะด้วย ฮ้าว” คนที่ถูกถามเอ่ยอย่างหาวนอน เขานั่งลงข้างๆอาโตเบะ “แล้วนายล่ะ มาทำอะไร”
“เฮอะ ก็แค่มาซ้อม คนอย่างโอเระซามะมาซ้อมไม่ได้รึไง”
“ฮ้าว นั่นสิน้า ที่นี่สงบน่านอนดีจัง” อีกฝ่ายกล่าวพลางทำท่าหาวอย่างเคย
“นี่ จิโร่ ฉันควรจะให้อะไรเจ้านั่นดี” อาโตเบะเอ่ยถามเบาๆ เหลือเวลาอีกไม่ถึงวัน แม้แต่เทนนิสก็ไม่สามารถช่วยให้เขาคิดออกเลยสักนิด
“เอ๋ ของขวัญวันเกิดโอชิทาริน่ะเหรอ ฮะฮะ ไม่อยากเชื่อว่าคนอย่างนายจะสนใจด้วยแฮะ” จิโร่พูดทีเล่นทีจริง “อ้อ ลืมไป ก็เป็นคนพิเศษนี่น้า เลยต้องให้อะไรพิเศษๆหน่อย”
“เฮอะ เจ้าพวกนี้เป็นอะไรกันไปหมด จะตอบให้ตรงคำถามไม่ได้เลยรึไง” ผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นกัปตันทีมรำพึงเบาๆ รู้สึกรำคาญเล็กน้อยกับคนตรงหน้า พาลให้นึกถึงเพื่อนในชมรมอีกคนที่เจอโดยบังเอิญเมื่อวานนี้
“ฉันว่าง่ายจะตายไป นายก็แค่ผู้โบว์ที่ข้อมือแล้วเดินไปหาเขาก็จบ รับรองว่าต้องเป็นของขวัญที่โอชิทาริอยากได้แน่นอน”
“บ้ารึไง!! โอเระซามะไม่มีทางทำอะไรน่าอายแบบนั้นเด็ดขาด” อาโตเบะพูดเสียงดัง ไม่คิดว่าเพื่อนร่วมทีมตรงหน้าจะพูดอะไรแบบนี้ ‘คิดแล้วเชียวว่าไม่ควรถามความเห็นจิโร่’
“ก็กิ๊กกันอยู่ไม่ใช่รึไง เพราะฉะนั้นของขวัญที่สมควรให้ก็น่าจะเป็นแบบที่นายเท่านั้นที่ให้ได้ ของขวัญที่ไม่ได้หาได้ทั่วไปไงล่า” เด็กหนุ่มเจ้าของเรือนผมสีทองกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจังต่างจากเมื่อครู่ ทว่าสีหน้ากลับบ่งบอกว่ายังง่วงนอนอยู่
“อืม ของที่หาไม่ได้ทั่วไปงั้นเหรอ ของที่ฉันให้ได้คนเดียว เอ...” ร่างบางทวนคำพูดของจิโร่เบาๆพลางทำท่าคิด
“งั้นนายคิดต่อไปละกัน ฉันไปล่ะ แล้วเจอกันพรุ่งนี้น้า~” ในเมื่อเห็นว่าไม่จำเป็นที่จะต้องอยู่ต่อ จึงตัดสินใจลุกขึ้นเดินออกไปทันทีโดยที่อีกคนไม่ทันได้ตั้งตัว
“อะไรของเจ้านั่นนะ นึกจะมาก็มา นึกจะไปก็ไป ชิ เดี๋ยวนี้พวกคนในชมรมเป็นอะไรกันไปหมด ทำตัวแปลกขึ้นทุกวัน” อาโตเบะอดที่จะพูดประชดประชันตามแบบของตนไม่ได้ สองวันที่ผ่านมาเขาเองก็มัวแต่ยุ่งกับเรื่องของขวัญวันเกิด และเพื่อนร่วมชมรมทั้งสองคนยังทำตัวให้ไม่สบอารมณ์อีก
เวลาผ่านไปครู่หนึ่ง หลังจากที่เด็กหนุ่มเห็นว่าไม่มีประโยชน์ที่จะอยู่ซ้อมต่อก็ตัดที่สินใจที่จะกลับ ต้องการทำความเข้าใจกับตัวเองตามลำพัง ดังนั้นการอยู่ในที่สาธารณะที่ใครจะมาเมื่อไหร่ก็ได้นั้นไม่ใช่ทางเลือกที่ดีนัก
-------------------------------------------------------------
กว่าที่เขาจะกลับถึงบ้านของตนนั้นใช้เวลาไปพอสมควร ดวงอาทิตย์ยามบ่ายแก่ๆทอแสงสาดส่องเข้ามาในห้องนอนกว้าง ซึ่งเจ้าของห้องเองก็ไม่มีอารมณ์จะรูดม่านปิดเลยแม้แต่น้อย
“เฮ้อ” เสียงถอนหายใจของอาโตเบะดังขึ้น ใบหน้าสวยฟุบลงกับโต๊ะอย่างเบื่อหน่าย ดวงตาค่อยๆปิดลง ในยามนี้เรียกได้ว่าเจ้าตัวกำลังหมดอาลัยตายอยากก็คงไม่ผิด...
------------------------
----------------
-----------
------
---
-
“นี่เราเผลอหลับไปเหรอเนี่ย อ๋า” ร่างบางรู้สึกตัวตื่นขึ้นหลังจากพบว่าตนผล็อยหลับไป การซ้อมเมื่อตอนเช้าเป็นเวลานานทำให้รู้สึกเพลีย ทั้งๆที่เป็นวันอาทิตย์ วันที่ควรจะได้พักผ่อนแท้ๆ แต่กลับต้องมานั่งคิดมากถึงขนาดนี้...
“ของขวัญที่ให้ได้เพียงคนเดียวเท่านั้นเหรอ ไม่ใช่ของที่หาได้ทั่วไป อืม” เด็กหนุ่มเจ้าของเรือนผมสีน้ำตาลกล่าวคำพูดของเพื่อนร่วมทีมเบาๆ ค่อยๆเรียบเรียงความคิดทั้งหมดใหม่อีกครั้ง...
และในที่สุด เขาก็สามารถหาของขวัญที่ต้องการได้ ...ของที่อยู่ใกล้ตัว แต่กลับมองข้าม สิ่งสำคัญ ที่ขาดไม่ได้...
-------------------------------------------------------------
และแล้ว วันนี้ก็มาถึง วันที่ 15 ตุลาคม วันที่ผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นกัปตันชมรมเทนนิสของเฮียวเท ...อาโตเบะ เคย์โกะ... รอคอย จากความรู้สึกกังวลเกี่ยวกับเรื่องของขวัญแปรเปลี่ยนเป็นความตื่นเต้นที่จะได้มอบของขวัญให้แก่คนพิเศษแทน คนสำคัญที่สุด คนที่ได้ชื่อว่าเป็นคนรัก ...โอชิทาริ ยูชิ...
‘ของขวัญชิ้นสำคัญ ต้องให้เป็นคนสุดท้ายถึงจะถูกสินะ’ ความคิดผุดขึ้นมาในหัวของร่างบาง การที่จะรีบร้อนเอาของขวัญไปให้อีกฝ่ายแต่เช้านั้นไม่ใช่นิสัยของเขา ...สำหรับคนคนนี้แล้ว การกระทำทุกอย่างต้องมีการวางแผนไว้เสมอ...
“สุขสันต์วันเกิดน้า ยูชิ” เสียงของเด็กหนุ่มร่างเล็กผมทรงวีคัทดังขึ้นทันทีที่เห็นเจ้าของวันเกิดเดินเข้ามาในคอร์ดระหว่างการซ้อมเช้า
“มีความสุขมากๆล่ะ ฮ้าว” จิโร่เอ่ยอวยพรให้เป็นคนแรกพลางส่งของขวัญกล่องไม่ใหญ่นักให้
“เฮ้ เอาไว้ฉันจะพานายไปเลี้ยงทาโกยากิเป็นของขวัญละกัน จะไปเมื่อไหร่ก็บอกน้า” กาคุโตะพูดขึ้นอย่างอารมณ์ดี เขากระโดดกอดคออีกฝ่ายแบบที่ชอบทำเสมอๆ
“รุ่นพี่โอชิทาริครับ สุขสันต์วันเกิดนะครับ นี่ของขวัญของผมกับชิชิโดะซังฮะ” กล่องของขวัญขนาดย่อมที่ห่อด้วยกระดาษสีสวยอย่างดีถูกส่งให้ร่างสูง จากรุ่นน้องและเพื่อนร่วมชมรมปีเดียวกัน
“ปีที่แล้วขอบคุณมากครับรุ่นพี่ ปีนี้ก็รักษาสุขภาพด้วยนะครับ” ฮิโยชิยื่นของขวัญให้พร้อมๆกับคำอวยพร
“อืม ขอบคุณทุกๆคนมากนะสำหรับของขวัญวันเกิด ไม่คิดว่าจะจำกันได้แฮะ” โอชิทาริกล่าวขอบคุณ ถึงแม้ว่าร่างสูงจะได้รับของขวัญวันเกิดจากเพื่อนๆไปแล้วก็ตาม แต่เขากลับเอาแต่มองหาคนอีกคน คนที่จะให้ของขวัญชิ้นสำคัญกับเขา คนสำคัญ...ที่ตั้งหน้าตั้งตารอ “ทำไมป่านนี้อาโตเบะยังไม่มาอีกนะ”
“ก็คงจะหาของขวัญให้นายอยู่ละมั้ง อาโตเบะน่ะถามฉันด้วยนะว่านายมีอะไรที่อยากได้รึเปล่า แต่ฉันบอกเขาว่าให้ไปถามนายเองจะดีกว่า” คู่หูร่างเล็กเล่าเรื่องที่ตนไปเจอกับคนคนนั้นโดยบังเอิญให้อีกฝ่ายฟัง
“อื้ม ใช่ๆ เมื่อวานนี้อาโตเบะก็ถามฉันด้วย ฉันก็เลยบอกว่าให้เขาทำตัวเองเป็นของขวัญแล้วให้นายไปน่ะ ฮะฮะ” จิโร่พูดเหตุการณ์ของตนกับอาโตเบะบ้าง
“คนอย่างหมอนั่นไม่ทำอะไรแบบนั้นหรอกน่า” โอชิทาริพูดขึ้น ขายาวค่อยๆก้าวเดินไปยังห้องชมรมเพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้า
“มันก็ไม่แน่เสมอไปน้า” เด็กหนุ่มสีทองเอ่ยกับตัวเองเบาๆ
ไม่นานนักเวลาในการซ้อมเช้าก็หมดลง สมาชิกในชมรมทุกคนต่างพากันแยกย้ายขึ้นห้องเรียนของตน ชายหนุ่มเจ้าของฉายาอัจฉริยะแห่งเฮียวเทที่พยายามมองหาผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นกัปตันทีมตลอดการซ้อมเดินขึ้นตึกเรียนอย่างเบื่อหน่าย จนแล้วจนรอดก็ยังไม่พบคนที่ตามหา หวังเป็นอย่างยิ่งว่าเขาคนนั้นจะอยู่ที่ห้องเรียนแล้ว
ซึ่งก็เป็นไปตามคาด เมื่อไปถึงห้องเรียน ร่างสูงก็พบเด็กหนุ่มเจ้าของเรือนผมสีน้ำตาลนั่งประจำที่อยู่แล้ว ทั้งคู่ทักทายกันตามปกติ อาโตเบะไม่มีทีท่าว่าจะให้ของขวัญแก่อีกฝ่ายเลยแม้แต่น้อย โอชิทาริเองก็ไม่ได้ร้องขอ เขาเชื่อว่าร่างบางต้องมีอะไรบางอย่างซ่อนอยู่เป็นแน่
-------------------------------------------------------------
การเรียนการสอนในคาบเช้าและคาบบ่ายจบลงอย่างรวดเร็วในความคิดของร่างสูง เพราะเอาแต่คิดเรื่องของผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นคนรักของตนจนไม่ค่อยได้สนใจการเรียนเท่าไรนัก ทำให้รู้สึกไม่สบอารมณ์เล็กน้อย
“นี่ อาโตเบะ ทำไมเมื่อเช้าไม่ไปซ้อมล่ะ ทุกคนเขารอนานอยู่นะ” ในที่สุดก็ตัดสินใจที่จะเอ่ยถาม ไม่อยากให้มีอะไรค้างคาอยู่ในใจ
“มาสาย” คนที่ถูกถามตอบสั้นๆก่อนที่จะเดินจากไปเพื่อเตรียมตัวซ้อมหลังเลิกเรียน
“หืม? เป็นอะไรของเขานะ” ร่างสูงรำพึงเบาๆ เขาเองก็ต้องรีบไปเปลี่ยนเสื้อผ้าสำหรับการซ้อมที่กำลังจะเริ่มขึ้นเช่นกัน คำตอบที่ได้มาไม่มีประโยชน์เท่าไรนัก ส่งผลให้เริ่มรู้สึกหงุดหงิดมากขึ้นกว่าเดิม ...มีแต่เรื่องที่ไม่เข้าใจทั้งนั้นเลย...
เพราะไม่ใช่คนที่มีความอดทนสูงนัก ความหงุดหงิดของโอชิทาริที่ค่อยๆก่อตัวขึ้นจึงถูกระบายกับเทนนิส ไม่ว่าใครที่ซ้อมแข่งด้วยก็ต่างพากันไม่อยากเข้าใกล้ทั้งนั้น แม้แต่คู่หูของเขาก็ตาม
“รู้สึกว่าวันนี้ยูชิจะเล่นแรงผิดปกติแฮะ แค่ซ้อมไม่เห็นต้องเอาจริงเอาจังขนาดนั้นเลยนี่นา” กาคุโตะเปรยขึ้น
“สงสัยอาโตเบะไม่ยอมให้ของขวัญมั้ง ฮะฮะ ไม่ค่อยได้เห็นสองคนนี้ทะเลาะกันเท่าไหร่แฮะ” จิโร่พูดกลั้วหัวเราะ
“เฮ้ เฮ้ คนทะเลาะกันไม่ใช่เรื่องตลกนะ ให้ตายสิ ไม่เท่ห์เลย” เสียงของชิชิโดะดังขึ้นขัดจังหวะการสนทนา “กลับไปซ้อมต่อได้แล้วมั้งพวกนายน่ะ”
“คร้าบ คร้าบ คุณชิชิโดะ” ทั้งคู่กล่าวรับพร้อมกันเสียงดังพลางเดินไปหยิบแร็กเก็ตของตน
การซ้อมหลังจากนั้นเป็นไปด้วยดี ดูเหมือนว่าโอชิทาริจะสามารถสงบสติอารมณ์ได้แล้ว สำหรับเขาการใช้แรงไปพอสมควรเป็นหนึ่งในวิธีที่ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายลงมาก
พระอาทิตย์ยามเย็นทอแสงสีส้มนวล นักเรียนในชมรมต่างเตรียมตัวกลับหลังจากการซ้อมที่เหน็ดเหนื่อย ใบหน้าหล่อเหลาภายใต้แว่นกระจกชะเง้อหาคนคนนั้นอีกครั้ง สายตาคมปราดไปทั่วคอร์ด แต่สุดท้ายก็พบเพียงความว่างเปล่า...
“กาคุโตะ นายเห็นอาโตเบะบ้างมั้ย” เมื่อไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร ร่างสูงจึงหันมาถามเพื่อนคู่หูของตน
“เอ่ ไม่รู้สิ ฉันเองก็ไม่ได้สังเกตเลยแฮะว่าเขาหายไปตั้งแต่เมื่อไหร่” อีกฝ่ายตอบกลับด้วยสีหน้างุนงง ...ปรับตัวตามคนคนนี้ไม่ทันเอาซะเลย...
“กัปตันกลับไปได้ซักพักแล้วล่ะฮะ เห็นบอกว่ามีธุระต้องรีบกลับก่อน” เสียงของฮิโยชิดังขึ้นไม่ไกลนัก ไม่เข้าใจเรื่องที่เกิดขึ้นซักเท่าไหร่ “ไปกันรึยังฮะรุ่นพี่มุคาฮิ”
“อื้ม งั้นฉันไปก่อนนะ ยูชิ เคลียร์กับอาโตเบะให้เรียบร้อยล่า” เจ้าของชื่อที่ถูกเรียกเอ่ยพลางเดินตามรุ่นน้องไป
ในเมื่อไม่พบคนที่อยากเจอ จึงไม่จำเป็นที่จะต้องอยู่ต่อ ร่างสูงใช้เวลาไม่นานนักในการเตรียมตัวกลับบ้าน ขายาวค่อยๆเดินไปตามเส้นทางที่คุ้นเคย บรรยากาศยามเย็นทำให้รู้สึกเหงาเล็กน้อย ถึงแม้ว่าจะมีแสงอาทิตย์สีส้มแดงที่คอยสาดส่องเป็นกำลังใจให้ แต่ก็ไม่ได้ทำให้รู้สึกดีขึ้นเลย ...ความสงสัยที่อยู่ในใจ ยังไม่มีทีท่าจะคลายออกง่ายๆ...
-------------------------------------------------------------
ในไม่ช้าเขาก็มาหยุดอยู่ที่สถานที่ที่เรียกว่าบ้าน สีหน้าเบื่อหน่ายแสดงให้เห็นว่าเจ้าตัวไม่มีความรู้สึกอยากกลับบ้านเลยแม้แต่น้อย กลับมา ก็พบแต่ความว่างเปล่า ...ทั้งที่เป็นวันเกิดแท้ๆ แต่กลับไม่มีใครที่จะอยู่เลี้ยงฉลองด้วย...
“ไง กลับมาแล้วเหรอ” เสียงที่คุ้นเคยดังขึ้น พร้อมกับเจ้าของเสียงที่เดินออกมาหน้าบ้านด้วยท่าทางอันสง่างามราวกับพญาหงส์ที่เจ้าตัวมักชอบแสดงให้เห็นเป็นประจำ ซึ่งจะเป็นใครไปไม่ได้ นอกจากเด็กหนุ่มเจ้าของเรือนผมสีน้ำตาล
“อาโตเบะ...” ร่างสูงเรียกชื่อคนตรงหน้าด้วยน้ำเสียงดีใจระคนแปลกใจ “นาย... ทำไมถึงมาที่นี่” คำถามมากมายผุดขึ้นในหัวจนไม่อาจเอ่ยออกมาได้หมด “แล้วเข้ามาได้ยังไง”
“หึ ไม่รู้รึไงว่าตัวเองลืมล็อกประตูรั้ว โอเระซามะเลยถือโอกาสเข้ามานั่งรอนายที่ม้านั่งหน้าบ้านน่ะ” อาโตเบะเอ่ย เขาชี้ให้อีกฝ่ายเห็นประตูที่ไม่ได้ล็อก
“อืม สงสัยเมื่อเช้าจะรีบไปหน่อยน่ะ จะไม่เข้าไปข้างในบ้านก่อนเหรอ” ในเมื่อคนที่ตามหามารอถึงบ้าน มีหรือที่ร่างสูงจะไม่คว้าโอกาสนี้เอาไว้
“หึ นึกว่าจะไม่ชวนแล้วซะอีก” กล่าวตอบรับพลางเดินตามคนตรงหน้าไป
“โทษทีนะ วันนี้ไม่มีใครอยู่ ฉันเลยไม่ได้ซื้อของกินเข้ามาน่ะ” โอชิทาริวางประเป๋าลงริมห้อง ทิ้งตัวลงบนโซฟาอย่างอ่อนเพลีย
“ไม่เป็นไร โอเระซามะกินมาแล้ว เอ้า ของนาย กินซะ ฉันมีธุระจะคุยด้วย” อาโตเบะส่งข้าวกล่องให้แก่อีกฝ่าย “ห้ามบอกว่าไม่หิวด้วย ฉันรู้ว่านายซ้อมหนัก” พูดดักไว้ก่อนเพื่อไม่ให้ปฏิเสธ
“รู้แล้วล่ะน่า ขอบใจ” แม้จะอยากคุยเรื่องธุระให้เสร็จก่อน แต่ในเมื่ออุตส่าห์เอามาให้ การที่จะไม่รับย่อมเป็นการทำลายน้ำใจ
เจ้าของฉายาอัจฉริยะแห่งเฮียวเทคนนี้ใช้เวลาไม่นานนักในการรับประทานอาหาร ทั้งๆที่โดยปกติเขาไม่ใช่คนรีบร้อนอะไรนัก แต่ด้วยเหตุผลที่เกรงว่าเด็กหนุ่มตรงหน้าจะรอนาน จึงจำเป็นต้องรีบ
“กินเสร็จแล้ว นายมีอะไรก็ว่ามาสิ”
“หึ ไม่เห็นต้องรีบเลยนี่นา ข้าวยังติดปากอยู่เลยนะ” ร่างบางเอ่ยขึ้น ค่อยๆขยับเข้าใกล้อีกฝ่ายแล้วหยิบผ้าเช็ดหน้าของตนออกมาเช็ดปากให้
“อ...อาโตเบะ” การกระทำและท่าทีที่เปลี่ยนไปจากเมื่อตอนหลังเลิกเรียนของร่างบางทำให้โอชิทาริรู้สึกงงเล็กน้อย “นายจะบอกฉันได้รึยัง ธุระที่นายจะพูดกับฉันน่ะ”
“อืม นั่นสิ ก่อนอื่นก็...สุขสันต์วันเกิดนะ โอชิทาริ” คนที่ถูกเรียกชื่อพูดพลางหอมแก้มเจ้าของวันเกิด ทำเอาร่างสูงถึงกับอึ้งจนทำอะไรไม่ถูก “นี่ เค้ก ฉันให้พ่อครัวที่บ้านสอนทำ ไม่รู้ว่าจะกินได้รึเปล่า แต่คงไม่อร่อยเหมือนที่ขายตามร้านหรอกนะ” อาโตเบะส่งขนมเค้กกล่องเล็กๆให้
“เอ่อ อือ ขอบคุณที่อุตส่าห์ลำบากทำมาให้” ชายหนุ่มผมสีน้ำเงินรับกล่องเค้กมาเปิดดู เค้กวานิลลาขนาดเล็กถูกแต่งหน้าด้วยครีมสีขาวดูน่ากิน หน้าเค้กที่เขียนว่า สุขสันต์วันเกิดโอชิทารินั้นถูกเขียนขึ้นอย่างบรรจงด้วยลายมือที่คุ้นเคย บ่งบอกว่าผู้ให้นั้นทำขึ้นเอง แม้ดูเผินๆจะไม่ใช่เค้กที่พิเศษอะไรนัก แต่เมื่อได้จากคนพิเศษแล้ว ไม่ว่าอย่างไรก็เป็นของที่ดีที่สุดเสมอ...
“อื้ม อร่อยดีนะ นายนี่ทำอาหารเก่งเหมือนกันแฮะ” หลังจากที่ตักมาชิมแล้วก็อดชมคนตรงหน้าไม่ได้ ของที่ทำด้วยใจย่อมออกมาดี “ลองชิมดูสิ” เอ่ยพลางตักขึ้นป้อนอีกฝ่าย
“ไม่ล่ะ โอเระซามะชิมมาเยอะแล้วตอนทำ แค่นายชอบ ฉันก็ดีใจแล้วล่ะน่า” อาโตเบะปฏิเสธที่จะชิมเค้ก ...แค่ได้นั่งมอง ก็มีความสุขมากแล้ว...
“อา อิ่มจังเลยแฮะ วันนี้ขอบคุณมากนะอาโตเบะ เป็นของขวัญวันเกิดที่ดีที่สุดเลยล่ะ” โอชิทาริพูดขึ้นหลังจากที่กินเค้กเสร็จ สีหน้าบ่งบอกว่ามีความสุขมาก ไม่คิดจริงๆว่าคนที่รักจะทำอะไรแบบนี้ให้...
“อืม แต่ว่าฉันยังไม่ได้ให้ของขวัญอีกชิ้นเลย นายจะรู้ได้ไงว่าเค้กนี่เป็นของขวัญที่ดีที่สุดน่ะ อ๋า?”
“เอ๋ ยังมีอีกเหรอ แล้วอะไรล่ะ” ร่างสูงรู้สึกตกใจเล็กน้อย ...นึกว่าจะหมดแค่นี้แล้วซะอีก...
“เดี๋ยวสิ หาก่อน นายก็ยื่นมือมารับสิ” คนที่ถูกถามกล่าว ค่อยๆล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงของตนครู่หนึ่ง ก่อนที่จะกำสิ่งของนั้นส่งให้คนตรงหน้า “อ้ะ ฉันให้”
“หืม? อะไรน่ะ ไม่เห็นมีอะไรเลยนี่นา” เมื่อร่างบางแบมือออก สิ่งที่ชายหนุ่มเจ้าของเรือนผมสีน้ำเงินคนนี้เห็นคือ ความว่างเปล่า ...อาโตเบะคิดอะไรอยู่กันแน่...
“นายใช้ตามองจะไปเห็นได้ยังไงเล่า ลองใช้ใจมองดูสิ ที่ฉันให้นายน่ะ คือความรักไง แล้วก็ หัวใจของฉัน ฝากไว้ที่นายแล้วกัน”
“ห...หา อ...เอ่อ ขอบคุณนะอาโตเบะ ฉันจะเก็บไว้อย่างดีเลย เก็บไว้...ในใจฉันเป็นไง” ถึงจะรู้สึกงงเล็กน้อยในตอนแรก แต่เขาก็เข้าใจว่าคนคนนี้ต้องการจะสื่อถึงอะไร ...ของขวัญที่ไม่ต้องดั้นด้นหรือลำบากลำบนเพื่อให้ได้มา แต่เป็นของที่อยู่ใกล้ตัว ซึ่งมักถูกมองข้ามไป สิ่งที่สำคัญที่สุด สิ่งที่เขาอยากได้จากคนคนเดียวเท่านั้น...
“ไม่มีอะไรแล้ว งั้น...ฉันกลับเลยนะ” หลังจากที่เห็นว่าไม่มีเรื่องที่จะให้อยู่ต่อแล้ว จึงตัดสินใจเอ่ยลา ยังไง วันนี้ก็ได้ให้ในสิ่งที่อยากให้ไปแล้ว ไม่เคยนึกเสียดายเวลาที่เสียไปกับของขวัญชิ้นนี้เลยแม้แต่น้อย หากผู้รับมีความสุข ผู้ให้ก็สุขกว่าเป็นไหนๆ...
“เฮ้ เดี๋ยวสิ มืดแล้ว อยู่ค้างด้วยกันเถอะ” โอชิทาริเอ่ยชวนพลางจับมืออีกฝ่ายไว้ “นายยังให้ของขวัญฉันไม่ครบเลยนะ”
“อะไรอีกเล่า ฉันให้ความรักนายก็แล้ว ให้ใจนายก็แล้ว แบบนี้เรียกว่ายังให้ไม่ครบอีกรึไง”
“ยังไม่ครบ นายยังไม่ได้ให้ร่างกายกับฉันเลยนะ หึหึ” ยังไม่ทันพูดจบ ร่างสูงก็รวบตัวอาโตเบะไว้ในอ้อมกอดซะแล้ว “ว่าไงล่ะ ให้ฉันได้มั้ย ยังไงคืนนี้ก็มีแค่เราสองคนอยู่แล้ว นะ”
“เอ่อ...” เมื่อเจอลูกอ้อนของคนตรงหน้า ผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นกัปตันชมรมเทนนิสถึงกับพูดไม่ออก ใบหน้าสวยค่อยๆขึ้นสีระเรื่อ ...ไม่คิดว่าจะกล้าขอขนาดนี้...
“หืม? ไหนๆก็เป็นวันเกิดฉันทั้งที วันดีจะตายไป” เจ้าของฉายาอัจฉริยะยังคงพูดหาเหตุผลเพื่อให้คนในอ้อมกอดตอบตกลง
“แต่ว่าพรุ่งนี้เป็นวันอังคารนะ ถ้าโอเระซามะไปโรงเรียนไม่ไหวนายจะว่ายังไง”
“อืม ไปไม่ไหวก็ไม่ต้องไปสิ ฉันจะอยู่ดูแลนายทั้งวันเลย” โอชิทาริกระชับอ้อมกอดแน่นขึ้น แอบหอมแก้มอีกฝ่ายไปฟอดใหญ่
“เอ แล้วนายอยากให้ฉันตอบว่ายังไงดีล่ะ” ร่างบางถามกลับพร้อมด้วยรอยยิ้ม
“หึหึ ไม่น่าถาม ก็ตอบตกลงน่ะสิ” เมื่อตอบคำถามของคนตรงหน้าแล้ว ร่างสูงก็ช้อนตัวอาโตเบะขึ้นอุ้มทันที ใบหน้าภายใต้กรอบแว่นฉายแววมีความสุขอย่างเห็นได้ชัด …‘คืนนี้ยังอีกยาวไกลนัก’…
“อ้อ โอชิทาริ ฉันยังไมได้อวยพรให้นายเลย มีความสุขมากๆล่ะ” เด็กหนุ่มผมสีน้ำตาลกระซิบที่ข้างหูของคนรักเบาๆ
ซึ่งแน่นอนว่ามีหรือคนที่เป็นฝ่ายอุ้มอยู่จะไม่เอ่ยอะไรกลับไปเลย
“ขอบคุณสำหรับของขวัญวันเกิดที่พิเศษที่สุดนะ อาโตเบะ”
…The End…
--------------------------------------------------------
จบแล้ว เย้ เป็นไงล่า ฟิคเรื่องที่สามของเราค่ะ กรั่กๆ ไร้สาระสิ้นดี เรื่องของเรื่องคือเล็งไว้นานแล้วว่าต้องเเต่งฟิควันเกิดชี่ให้ได้ เหอๆ ใช้เวลาแต่งสามวันจบ (แบบอู้ๆ) และใช้เวลาพิมพ์ลงคอมวันเดียวเท่านั้น(แบบดึกๆเลย)
ดังนั้น อะไรที่มันพลาดไป หรือแหม่งๆตรงไหนก็ขอโทษนะค้า กรั่กๆ เรื่องที่สามแล้วยังไม่ดีขึ้นเลย(จริงๆนะ ตกลงด้วยมั้งน่ะ) จากการเเต่งฟิคเรื่องนี้ ทำให้เราได้รู้ว่า..เราถนัดฟิคเสี่ยวมากกว่า กร๊าก...
เอิ่ม ไม่มีอะไรจะพูดถึงแล้ว งวดนี้อัพบลอกเร็ว กรั่กๆ(เพราะชี่นั่นแหละ) เอาเป็นว่า ไหนๆก็ไหนๆแล้วนะคะ พรุ่งนี้คงไม่ว่างมาอีดิท + ขี้เกียจ ดังนั้น วันนี้เลยแล้วกันเนอะ เหอๆ ^^"
Happy Birthday to my mom,my aunt & me!!! (16/10)
ไม่มีรูปค่ะ กรั่กๆ ไม่ได้วาดรูปให้ตัวเอง(วาดทำไม ไม่มีใครอยากดูแล้ว)
แล้วก็...อย่างที่เห็น...ทำไมเกิดวันเดียวกัน ไม่รู้ (แม่จงใจ? บังเอิญออกมาเอง?) แต่ก็เป็นวันเกิดน้าเราด้วยเพราะว่า แม่เราเป็นแฝดค่ะ เอิ้ก(ตอนเด็กๆเเอบจำไม่ได้ว่าเเม่ตัวเองคือคนไหนด้วยเอ้า)
อวยพรให้ท่านแม่ก่อน รู้ว่าไม่อ่านหรอก กรั่กๆ แต่ว่าจะพูดง่ะ คือ...ขอบคุณคุณแม่มากนะค้าที่ทำให้ลูกคนนี้เกิดมา เหอๆ วันเกิดแม่ทั้งทีแม่ยังต้องมาคลอดลูกคนนี้อีกเนอะ
เอ่ ปีนี้แม่อายุเท่าไหร่แล้วหว่า ไม่รู้อีก กร๊าก(คนเราน่ะนะ - -) จริงๆแล้วอยากขอบคุณแม่อีกเยอะแยะเลย ตั้งแต่เรื่องที่ให้เงินไปนู่นไปนี่ ทั้งๆที่พ่อมีเงินเยอะกว่า แต่ว่าไม่เคยขอพ่อ เหอๆ ขอแต่แม่ ถึงแม่จะบ่น จะว่า แต่แม่ก็ให้เสมอ ดังนั้น เราก็ยอมฟังเสียงบ่นค่ะ หุหุ แล้วก็ไม่รู้ว่าทำไมอ่ะนะ บางทีแม่ก็ใจดีซะจนเราตกใจ เหอๆ แต่บางทีอารมณ์เสียก็ดุซ้า แต่ยังไงฟ้าก็รักแม่นะคะ อุฮิ ^^
วันเกิดน้า อวยพรด้วยเอ้า ไหนๆก็ไปเป็นภริยาผู้ช่วยทูตอยู่ที่พม่าแล้ว ขอให้...เอ่อ รักษาสุขภาพนะคะ เพิ่งไปเมื่อต้นเดือนนี้เองนี่นา ถึงที่นั่นจะมีเรื่องอยู่ก็เถอะ แต่เค้าคงมีทหารคุ้มกันแหละน่า กรั่กๆ ขอให้มีความสุขมากนะค้า ขอบคุณสำหรับหนึ่งพันบาทที่ให้ไว้ค่า
คราวนี้ถึงคิวตัวเอง ไม่รู้จะอวยรพรอะไร(ช่างมันเถอะนะ) แต่เอาเป็นว่า ดีใจที่มีชีวิตอยู่รอดมาได้ 15 ปี จะทำบัตรฯแล้วโว้ยยยยย *โหยหวน* ม่ายยยย หนูกลัวววว ไม่อยากทำ จะเป็นคนเถื่อนนนนน ว้ากก(บ้าไปแล้ว)
วันเกิดปีนี้สำคัญสินะ งืมๆ เปลี่ยนจากเด็กหญิงเป็นนางสาวแล้ว กรั่กๆ มันแหม่งๆเนอะ แต่ยังไง เวลาเขียนชื่อตัวเอง จนกว่าจะถึงปีหน้า เราจะเขียนว่าเด็กหญิง กร๊าก(ไอ้บ้า)
ถึงเวลาขอบคุณรวบยอด เหอๆ มันมีหลายชื่อ หลายคนเนอะ เอาเป็นว่า ขอบคุณทุกๆคนมากนะคะที่ทำให้เรามีวันนี้ ขอบคุณทุกคนที่เป็นเพื่อน ให้กำลังใจตลอด ช่วยเหลืออย่างดีเสมอมา
ในอดีต เราเคยเป็นเด็กไม่มีเพื่อนมาก่อน แล้วก็มีปัญหามากกับเรื่องเพื่อน คือ ไม่มีใครคบ มันเป็นประสบการณ์ที่เลวร้ายมาก จำได้ว่าตอน ม.1นี่เองค่ะ เพราะเรื่องที่อาเราบุกไปว่าเพื่อนที่ชอบแกล้งเราทุกวันๆที่โรงเรียน ทำให้ไม่มีใครอยากเป็นเพื่อนกับเราเพราะกลัวจะโดนเเบบนี้บ้าง ถึงจะมาเริ่มต้นที่โรงเรียนใหม่ตอน ม.1 แล้ว แต่ว่ามันก็มีพวกเพื่อนจากโรงเรียนเก่า เค้ามาพูดให้คนอื่นๆฟัง จนไม่มีใครอยากเป็นเพื่อนเรา
เวลาเดินเรียนก็เดินคนเดียว กินข้าวก็กินคนเดียว พักกลางวัน ไม่มีอะไรทำจนต้องเข้าห้องสมุดทุกวันค่ะ เป็นแบบนี้มาเกือบเทอมนึง(หรือเทอมนึงพอดีเราก็ไม่รู้ จำไม่ได้แล้วค่ะ) มันทรมานมากนะตอนนั้น เวลาจับกลุ่มทำงานก็ต้องไปขอร้องเค้าว่าให้รับเข้ากลุ่มที มีปัญหากับเรื่องนี้นั่นแหละ ทุกครั้งเลยด้วย
จนเราต้องไปขอร้องเพื่อนคนนึงว่าให้เป็นเพื่อนกับเราที ตอนนั้นก็บอกเค้าว่าเราสัญญาว่าจะปรับปรุงตัว จะไม่ทำตัวมีปัญหาอีกแล้ว เพื่อนคนนั้นถึงจะยอมรับเรา
จำได้ว่ากลุ่มเรามีกันสามคน แล้วจากนั้นมันก็ค่อยๆเพิ่มขึ้น เป็น ห้าคน หกคน สิบเอ็ดคน จนปัจจุบัน สิบสามคนค่ะ ไปไหนมาไหนกันเท่านี้ตลอด(ถึงได้ช้าเสมอ) นอกจากนั้นก็มีอยู่ช่วงนึงที่เราเป็นหัวหน้าห้อง ทำให้เพื่อนหลายคนเริ่มยอมรับเรา ทุกวันนี้คือมีความสุขกับเพื่อนๆมากค่ะ ทุกคนในห้องก็คุยได้หมด ไม่มีใครมองเราเหมือนเมื่อก่อนแล้ว เพื่อนในกลุ่มก็สนิทกันมาก ไปเที่ยวด้วยกันทุกปิดเทอม เจอหน้ากันตอนเรียนพิเศษก็หลายคนอยู่ ถ้าต้องจากกันไปจริงๆคงเศร้าเนอะ ^^
เอาเป็นว่า ขอระบุชื่อซักนิดซักหน่อยค่ะ ขอบคุณ...
- แพร : เพื่อนที่เราไปขอร้องให้ลองเป็นเพื่อนกับเราค่ะ ขอบคุณนะที่แกยอมรับเค้า ถ้าไม่มีแก เค้าคงไม่มีเพื่อนเยอะขนาดนี้ แกช่วยเค้าหลายเรื่องจริงๆ เค้าเชื่อว่าแกต้องมีอนาคตที่ดีแน่นอน ขอให้สอบเข้าเตรียมฯได้นะ เค้าอาจจะไม่ได้ไปอยู่กับแกก็ได้ เหอๆ
- เพื่อนๆทุกคนในกลุ่ม : ขอบคุณทุกคนมากที่ยอมรับเค้า เค้าเองก็ไม่คิดว่าตัวเองจะมีเพื่อนเยอะขนาดนี้ ขอบคุณที่ช่วยเหลือมาโดยตลอด
- ตูนจัง พี่ม่อน : ขอบคุณที่ช่วยดูแลมาตลอดค่ะ เป็นคนที่คอยแนะนำอะไรหลายๆเรื่องจริงๆ
- พี่ๆทุกคนในบอร์ดปุริ : ขอบคุณนะคะ ขอบคุณมากๆ เราเองก็ไม่คิดว่าจะได้รู้จักทุกคน ทุกคนเป็นคนดีมากๆค่ะ ซาบซึ้งจริงๆ ถ้าเราทำอะไรผิดไปก็ขอโทษด้วยนะคะ
-----------------------------------------------------------
จบการอัพบลอกวันนี้แล้ว เหอๆ ขอบคุณสำหรับทุกคอมเม้นท์ล่วงหน้าค่ะ เรื่องวันเกิดเราใครจะข้ามก็ตามสบายค่ะ(เพิ่งมาบอกเรอะ) อ่านฟิคแล้วก็ฝากติชมด้วยนะค้า จะเอาไปลงบอร์ดปุริอีกทีเผื่อใครที่ไม่อยากเม้นท์ยาวก็ไปเม้นท์ในบอร์ดเเทนก็ได้ค่ะ กรั่กๆ(ชั่วได้อีก) จริงๆแล้วอยากให้อ่านได้ทั่วถึงตะหากล่ะ กร๊าก(ก็รู้ว่าบลอกเราไม่ค่อยมีคนเข้า เหอๆ) เอาเป็นว่า...แฮปให้ชี่ไปเถอะ...
ปล. ตอนนี้กรอบแล้วววว จนนนน หมดตัววว ว้ากกก ซื้อเสื้อ ซื้อโด ซื้อการ์ด หมดเกลี้ยงค่ะ
ปล.2 หลังจากเสียค่ามัดจำเสื้อไปเมื่อวาน กลับมาบ้านก็ได้คืนค่ะ คุณป้าเพื่อนแม่ที่แสนดีให้มาในวันเกิด 500 บาท (แต่ก็ยังต้องเก็บเพิ่มอีกอยู่ดี)
ปล.3 ตอบเม้นท์พี่คาเรนเมื่อเอนทรี่ที่แล้ว(ใครไม่เก็ทก็ไปอ่านซะ) โทรศัพท์น่ะ ของฟรีค่ะ ไฮโซดีเนอะ เหอๆ แต่เดี๋ยวก็ต้องคืนเค้าไปอยู่ดี(โทรศัพท์ประจำตำแหน่งนี่นา) เค้าให้ยืม ของเราจริงๆน่ะ แค่ฝาพับธรรมดาเน้อ(มันจอสีก็บุญแล้ว โทรศัพท์พ่อของเราสิหรู)
ปล.4 เราก็ไม่เอาหนวดจิ๋มเหมือนกันนนนน เอามันออกปายยยยย (ได้ข่าวว่าเค้าโกนแล้ว - -)
ปล.5 เทะฟู!!! ไม่ใช่ฟูเทะค่ะ ยังยืนยันคำเดิม ไม่ว่าจะโดนพี่น้ำ พี่ปอยิ้ม และแหวนไซโคมาก็เถอะ
ปล.6 เอนทรี่หน้า รีพอร์ทงานคอมิคค่ะ ตอนนี้ยังไม่ได้จัดการกับรูป เหอๆ วันเสาร์แล้วกันนะคะ อุฮิ ^^
ปล.7 เมื่อวานสนุกมากค่ะ ขอบคุณทุกๆคนมากนะค้า ปลื้มสุดๆเลย
ปล.8 เปลี่ยนธีมใหม่แล้วนะค้า รณรงค์รักในหลวง รักริคไค รักนิโอ(?)ค่า ไม่เห็นก็กดรีเฟรชซะ หุหุ ระวังความแก่เข้าตาด้วยนะคะ เราเตือนคุณแล้ว(ขนาดเลือกภาพที่ดูแก่น้อยที่สุดแล้วนะ)
edit @ 15 Oct 2007 18:43:36 by Sora [Seigaku Fighto!!]
edit @ 15 Oct 2007 18:56:04 by Sora [Seigaku Fighto!!]
edit @ 14 May 2009 21:53:36 by [Sora] -Mode : รักครอบครัว-






(เซฟฟิคไปอ่านเน้อ ^^~)
#1 By 佐伯くん ☆ Saeki on 2007-10-15 18:17